Search Engine Positioning การวางตำแหน่งบนเครื่องมือค้นหา

ทำความเข้าใจ Search Engine Positioning (การวางตำแหน่งบนเครื่องมือค้นหา) อธิบายโดยละเอียดว่ามันคืออะไร เหตุใดจึงสำคัญกับการทำ SEO พร้อมวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพ ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Search Engine Positioning คืออะไร?

Search Engine Positioning (การวางตำแหน่งบนเครื่องมือค้นหา) เป็นแนวทางปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มประสิทธิภาพหน้าเว็บเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สูงขึ้น (หรือมากกว่า) ในเครื่องมือค้นหาสำหรับคีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจง

กล่าวอีกนัยหนึ่ง:

การวางตำแหน่งบนเครื่องมือค้นหา เป็นส่วนหนึ่งของการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือการค้นหา ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การได้รับการจัดอันดับที่สูงขึ้นสำหรับหน้าเว็บเฉพาะ (ซึ่งต่างจากการปรับปรุง SEO ทางเทคนิคทั่วทั้งเว็บไซต์หรือการเลือกคีย์เวิร์ดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ)

ความสำคัญของ Search Engine Positioning

จากการศึกษาพบว่าผลลัพธ์ 3 อันดับแรก ได้รับส่วนแบ่งในการคลิกทั่วไปอย่างมหาศาล

Google Organic CTR Breakdown by Position

นอกจากนี้การขยับขึ้นเพียงหนึ่งจุดสามารถปรับปรุง CTR ได้มากถึง 30%

ที่กล่าวว่า การวางตำแหน่งบนเครื่องมือค้นหา เกี่ยวกับการได้รับการจัดอันดับบน Google ที่สูงขึ้น

นั่นเป็นเพราะ Google SERP (หน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา) ไม่ได้มีเพียงการแสดงผลลัพธ์แบบ รายการลิงก์สีน้ำเงิน 10 ลิงก์ อีกต่อไป

หน้าผลลัพธ์ ของ Google มี SERP Features (ผลลัพธ์ของการค้นหา) มากมาย ได้แก่:

  • Featured Snippets
  • People Also Ask Boxes
  • Knowledge Graphs
  • Top Stories
  • Video Results

ตัวอย่าง:

Search Result Page

การปรับปรุง การวางตำแหน่งบนเครื่องมือค้นหา ยังเกี่ยวกับ การจัดอันดับใน SERP Features รูปแบบต่าง ๆ ด้วยเนื้อหาเพียงหน้าเว็บเดียว รวมถึงการจัดอันดับแบบ Rich Snippets เพื่อให้ผลการค้นหาของหน้าเว็บคุณนั้นโดดเด่นกว่าเว็บไซต์อื่น ๆ

วิธีเพิ่มตำแหน่งบนเครื่องมือค้นหา ของ Google

การเพิ่มตำแหน่งบนเครื่องมือค้นหาของ Google เพื่อให้หน้าเว็บของคุณมีอันดับที่ดีขึ้นในหน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา (Search Engine Results Pages)

ขั้นตอนที่ 1: เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อหาที่มีอยู่ของคุณอีกครั้ง

ขั้นตอนแรก คือ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน้าเว็บที่มีอยู่ของคุณได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับ SEO 100% โดยเฉพาะ “หน้าเว็บที่มีอันดับในหน้าแรก หรือหน้าสอง” อยู่แล้ว

ทำไมถึงต้องเป็น หน้าเว็บที่มีอันดับในหน้าแรก หรือหน้าสอง?

Google คิดว่าหน้าเว็บนั้นเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดเป้าหมายของคุณ ไม่เช่นนั้นหน้าเว็บของคุณจะไม่อยู่ใกล้หน้าแรกของผลการค้นหาเลย

ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำ คือ ปรับปรุง SEO และ UX ในหน้าเว็บนั้น เพื่ออันดับที่สูงขึ้นไปอีก

วิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาหน้าเว็บที่ต้องการการปรับปรุง คือการใช้งาน Google Search Console เพื่อมองหาหน้าเว็บเหล่านั้น

เมื่อคุณพบหน้าเพจที่เหมาะสมแล้ว จะทำอย่างไรต่อไป?

ขึ้นอยู่กับแต่ละหน้า หากคุณคิดว่าหน้านั้นยังไม่ได้ทำการเพิ่มประสิทธิภาพคีย์เวิร์ดให้ดีเท่าที่ควร คุณอาจจะต้องปรับปรุงมัน

หรือบางทีเนื้อหาของคุณอาจล้าสมัยไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องทำการปรับปรุงเนื้อหานั้นให้ทันสมัย

หรือสมมุติว่า UX ในหน้าเว็บของคุณยังดูไม่ดีนัก คุณสามารถปรับปรุงส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ใช้หัวเรื่องย่อยและแบบอักษรขนาดใหญ่ เพื่อทำให้เนื้อหาของคุณอ่านง่ายขึ้น ใช้วิดีโอ รูปภาพ ในแต่ละส่วนของเนื้อหา เพื่อให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งการปรับปรุงความเร็วหน้าเว็บ

โปรดทำซ้ำขั้นตอนนี้กับทุกหน้าที่คุณต้องการปรับปรุง

ขั้นตอนที่ 2: สร้างลิงก์ภายใน (Internal Linking)

สร้างลิงก์ภายในที่ชี้ไปยังหน้านั้น เพื่อเพิ่มอำนาจให้กับหน้าเว็บที่คุณต้องการเพิ่มอันดับ

สิ่งเดียวที่ควรจำไว้ คือ คุณต้องใช้ Anchor Text ที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดหลัก ในการสร้างลิงก์ ซึ่งอาจเป็นคำหรือวลีก็ได้

นั่นเป็นเพราะว่า Anchor Text ที่คุณใช้จะช่วยให้ Google เข้าใจว่าหน้าเว็บของคุณ เกี่ยวกับคีย์เวิร์ดเป้าหมายของคุณ

ขั้นตอนที่ 3: ปรับอัตราการคลิกผ่าน (Click Through Rate: CTR)

Google ใช้ อัตราการคลิกผ่าน (Click Through Rate: CTR) แบบธรรมชาติ (Organic) เพื่อดูว่าผลลัพธ์ใดมีความเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่ผู้ใช้ค้นหามากที่สุด และผลลัพธ์ใดที่ไม่เหมาะกับคีย์เวิร์ดนั้น ๆ ซึ่งเป็นการคลิกเข้าชมหน้าเว็บที่เกิดขึ้นโดยตรงจากผู้ใช้ เมื่อพวกเขาคิดว่าผลลัพธ์นั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งที่พวกเขาต้องการ

ตัวอย่าง:

จากข้อมูลของ Google Search Console หน้านี้ อยู่ในอันดับที่ 8 ใน Google และมี CTR ประมาณ 4%

CTR Example from Google Search Console

หากสามารถได้รับ CTR ที่มากขึ้น เป็น 5% หรือ 7% นั่นจะเป็นการส่งสัญญาณไปยัง Google ว่า ผู้คนเลือกที่จะคลิกและต้องการเข้าชมหน้าเว็บนี้จริง ๆ ดังนั้น Google ก็จะขยับอันดับหน้าเว็บนี้ขึ้นไปอีก ในหน้าผลลัพธ์หาของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ

แต่ถ้าหาก CTR ลดลงเหลือ 1% นั่นจะตรงกันข้ามและเป็นการส่งสัญญาณไปยัง Google ว่า ผู้คนเลือกที่จะไม่คลิก และไม่ต้องการเห็นหน้าเว็บนี้ ในหน้าผลลัพธ์หาของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ ดังนั้น Google อาจจะลดอันดับหน้าเว็บนี้ ไปยังหน้า 2 หรือ 3

ขั้นตอนที่ 4: ปรับปรุงคะแนน Core Web Vitals

Core Web Vitals เป็นรายงานใน Google Search Console ที่ช่วยบอกคุณว่า หน้าเว็บของคุณทำงานอย่างไร ผู้คนโต้ตอบกับเว็บไซต์ของคุณอย่างไร โดยอิงตามข้อมูลการใช้งานจริงของผู้ใช้จาก Chrome Browser เพื่อให้คุณสามารถ แก้ไขประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ดีของผู้ใช้ในเว็บไซต์ของคุณได้

Core Web Vitals ยังไม่ใช่ปัจจัยในการจัดอันดับโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม มันก็คุ้มค่าที่จะปรับให้เหมาะสม เนื่องจาก รายงานของ Core Web Vitals ว่าด้วยเรื่องของประสบการณ์ผู้ใช้ ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ไม่ดีสามารถส่งผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมต่ออันดับผลการค้นหาของคุณ

ตัวอย่างเช่น สมมติว่าหน้าเว็บของคุณโหลดช้า และเนื้อหาของคุณอ่านยาก สิ่งที่ผู้ใช้จะทำเมื่อพวกเขาเข้ามายังหน้าเว็บของคุณคือ กดปุ่ม “ย้อนกลับ” และไม่เลือกที่จะใช้งานหน้าเว็บของคุณอีกต่อไป

ซึ่งจะเพิ่ม อัตราตีกลับ (Bounce Rate) ให้กับหน้าเว็บนั้นอย่างมาก และส่งผลเสียต่อ Dwell Time โดยรวม (เมตริกที่ใช้วัดเวลาที่ผู้ใช้งานอยู่บนหน้าเว็บ)

หน้าเว็บที่มี Dwell Time ต่ำ มักจะได้รับการจัดอันดับต่ำกว่าหน้าเว็บอื่น ๆ ในหน้าผลลัพธ์ของ Google

บทสรุป

Search Engine Positioning (การวางตำแหน่งบนเครื่องมือค้นหา) เป็นการปรับปรุงการเพิ่มประสิทธิภาพหน้าเว็บ ในส่วนของเนื้อหาที่มีอยู่ ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงปัจจัยเพิ่มเติม ซึ่งได้แก่ การเชื่อมโยงลิงก์ภายใน อัตราการคลิกผ่าน และประสบการณ์การใช้งานหน้าเว็บ เพื่อให้หน้าเว็บดังกล่าวมีอันดับที่ดีขึ้น ในหน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา

เขียนโดย: Mr. Serpert
มิสเตอร์ เซิร์พเพิร์ท ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO มากประสบการณ์ มุ่งมั่นสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีประโยชน์ แบ่งปันแนวคิด เทคนิค และวิธีทำเอสอีโอสายคุณภาพ ให้กับผู้อ่านที่สนใจเกี่ยวกับการตลาดบนเครื่องมือค้นหา ด้วยทักษะและประสบการณ์ทำงานมากกว่า 8 ปี ในโลกของการตลาดออนไลน์ ทั้งในและต่างประเทศ
แชร์เนื้อหานี้ ไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ
บทความอื่น ๆ
Site Icon
ปรึกษากลยุทธ์ SEO ฟรี

ยินดีให้คำปรึกษากลยุทธ์ด้าน SEO Marketing สำหรับเจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการ ที่ต้องการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในโลกออนไลน์ และเอาชนะคู่แข่งบน Search Engines